www.sme.go.th
 
ค้นหา
 

 

วิสาหกิจชุมชน กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เหมือนกันไหมน๊า?

 

            วิสาหกิจชุมชน กับ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เหมือนกันและต่างกัน สร้างความสับสนให้พอสมควรในแง่การขอรับการสนับสนุนและส่งเสริมจากภาครัฐ  บางท่านยังไม่รู้ว่าตกลงฉันเป็นอะไรกันน๊า  เรามาทำความรู้จักและข้อแตกต่างกันระหว่างหน่วยธุรกิจทั้งสองคำกันดีกว่า

           

ข้อแตกต่างด้านขนาด

            วิสาหกิจชุมชุน (SMCE หรือ small and micro community enterprise)  หมายถึง  กิจการของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้า  การให้บริการหรือการอื่นๆ ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกผัน           มีวิถีชีวิตร่วมกันและรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลในรูปแบบใดหรือไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตัวเองของครอบครัว  ชุมชนและระหว่างชุมชน โดยใช้ทรัพยากร ผลผลิต ความรู้ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีตนเอง ยึดโยงเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้ชุมชน         แข้มแข็ง  เพื่อที่เป็นส่วนต่อยอดให้ระบบเศรษฐกิจข้างบนแข็งแรงเพราะมีรากฐานที่แข็งแรง 

ในส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีคำที่คุ้นหูเราว่า “SMEs” ย่อมาจาก Small and Medium Enterprises) เป็นหน่วยธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่าวิสาหกิจชุมชนและเป็นหน่วยธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศและมีความสำคัญไม่น้อยต่อกระบวนการพัฒนาประเทศ ซึ่งกฎกระทรวง ที่กำหนดขนาดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือ กฎกระทรวง กำหนดการจ้างงานและมูลค่าทรัพย์ถาวรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2545โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกกิจการของ SMEs ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อม คือ

1  มูลค่าชั้นสูงของสินทรัพย์ถาวร
            2  จำนวนการจ้างงาน
            การจำแนกประเภทของ SMEs โดยใช้มูลค่าชั้นสูงของสินทรัพย์ถาวร สามารถจำแนกได้ดังนี้
          1)  การผลิต : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท
          2)  การบริการ : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท
          3)  การค้า
               3.1  ค้าส่ง : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 100 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 ล้านบาท
               3.2  ค้าปลีก : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 60 ล้านบาท วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 30 ล้านบาท
            การจำแนกประเภทของ SMEs โดยใช้เกณฑ์จากจำนวนการจ้างงาน สามารถจำแนกได้ดังนี้
          1)  การผลิต : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน  200 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 คน
          2)  การบริการ : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน  200 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 50 คน
          3)  การค้า
               3.1  ค้าส่ง : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน  50 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 25 คน
               3.2  ค้าปลีก : วิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน  30 คน วิสาหกิจขนาดเล็กไม่เกิน 15 คน
           

ข้อแตกต่างด้านกฎหมายส่งเสริม

            รัฐได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และเมื่อ ปี 2548 ได้ตรา พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548โดยมีความมุ่งหมายให้วิสาหกิจชุมชนเป็นเศรษฐกิจพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้เพื่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริมความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น  การสร้างรายได้  การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  พัฒนาความสามารถในการจัดการ  และพัฒนารูปของวิสาหกิจชุมชน อันเป็นผลให้ชุมชนเกิดการพัฒนาและพึ่งพาตนเองได้ พร้อมแข่งขันทางการค้าในอนาคต และก้าวพัฒนาเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้มี คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ อาทิ การเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบาย มาตราการและแผนพัฒนา ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ  ช่วยเหลือ สนับสนุน หรือให้คำแนะนำด้านต่างๆ เช่น ด้านการดำเนินการ  ด้านทรัพย์สินทางปัญญา  เพื่อประโยชน์ของกิจการวิสาหกิจ เป็นต้น  ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนที่จะได้รับการส่งเสริมจะต้องยื่นคำร้องจดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร

การดำเนินการของวิสาหกิจชุมชนอีกรูปแบบหนึ่งอาจเป็นในรูปแบบของ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนซึ่งเป็นคณะบุคคลที่รวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมอย่างใดๆเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนในเครือข่าย  ซึ่งต้องยื่นคำร้องจดเบียนเหมือนกันกับวิสาหกิจชุมชน         โดยจะดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้

ในส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เมื่อปี 2543 ได้มีการตรา  พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยจัดให้มีกระบวนการช่วยเหลือ  ส่งเสริมและสนับสนุน  และมาตราการด้านสิทธิและประโยชน์ที่เหมาะสม โดยมีสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เรียกกันคุ้นปากว่า สสว. เป็นตัวจักรขับเคลื่อนบูรณาการในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องไปในทิศทางเดียว มีคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน  มีกองทุน ที่เรียกว่า กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อใช้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างมีประสิทธิภาพ

จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า วิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีข้อแตกต่างกันในแง่ขนาดและทางกฎหมายส่งเสริม กล่าวโดยสรุปวิสาหกิจชุมชนเป็นหน่วยเศรษฐกิจฐานรากที่หากได้รับการส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ ทำให้พวกเขาได้รับการพัฒนาเป็นหน่วยทางธุรกิจที่เติบโตกลายเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และเมื่อเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแล้วก็สมควรได้รับการส่งเสริมช่วยเหลือ ให้เติบโตเป็นองค์กรทางธุรกิจที่เข็มแข็งและใหญ่ขึ้น  ซึ่งเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการส่งเสริม ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและเป็นทิศทางเดียวกัน เพื่อส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข็มแข็ง เปรียบเหมือนบ้านที่มีรากฐานที่แข็งแรงมั่นคง ย่อมส่งผลให้ผู้อาศัยมีความสุขเหมือนกัน                                                                                                                                                                                                                                                                          

 

เที่ยงธรรม  พลโลก


สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)
เลขที่ 21 อาคารทีเอสที ชั้น G,17,18,23 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 1301 แฟกซ์ 0-2273-8850
http://www.sme.go.th อีเมล์ info@sme.go.th
Thailand Web Stat
Skip to main content
Go Search