|
|
|
 |
|
|
วิเคราะห์ผลกระทบ นโยบายค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน
1. ข้อเท็จจริงและสถานการณ์ปัจจุบัน
- ปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยเท่ากับ 175.8 บาทซึ่ง ครม.ได้มีมติให้ปรับขึ้น เมื่อ 1 ม.ค. 2554 การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้สูงขึ้นเฉลี่ย 6.4% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ โดยเหตุผลในการปรับขึ้น มี 2 ประการ คือ
- การช่วยให้แรงงานรอดพ้นจากความยากจนที่รุนแรง และมีรายได้ที่ใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายตามอัตภาพ (Poverty safety net) และ
- การช่วยให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต (Fair Wage) (ข้อมูลจาก : การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ, Focused and Quich Issue 19, January 24, 2011 ธนาคารแห่งประเทศไทย)
- จากการศึกษาโครงการจัดทำตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตของ SMEs (SME I/O Table) พบว่า โครงสร้างต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและเงินเดือนของ SMEs เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 16.2 ของต้นทุนปัจจัยการผลิตทั้งหมด ดังนั้น หากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 1% จะส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้น 0.16% ซึ่งผลจากการปรับค่าจ้างครั้งล่าสุด (เพิ่มขึ้น 6.4%) ส่งผลให้ต้นทุนของกิจการด้านค้าใช้จ่ายแรงงานเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.03% ดังนั้น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็น 300 บาท เท่ากันทั่วประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ SMEs เป็นอย่างมาก เช่น ใน กทม การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จากวันละ 215 บาท เป็น 300 บาท หรือปรับเพิ่ม 85 บาท ต่อวัน (ประมาณ 2,200 บาท/เดือน) ทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นถึง 39.5%
- เมื่อพิจารณาจากฐานข้อมูลการจ้างงานของ SMEs (ข้อมูลจาก : ข้อมูลการจ้างงานรวมของ SMEs เป็นข้อมูลการจ้างงานซึ่งรวมแรงงานทุกระดับไว้ ยังไม่สามารถแยกจำนวน แรงงานไร้ฝีมือออกมาได้ชัดเจน (แรงงานกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากนโยบาย 300 บาท/วัน) อย่างไรก็ตามในธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น พบว่า ต้นทุนค่าแรงของแรงงานไร้ฝีมือมีสัดส่วนระหว่าง 15-20% ของต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงานทั้งหมด) รายจังหวัด พบว่า มีอยู่ 25 จังหวัดที่ SMEs มีการจ้างงานมากกว่า 100,000 คน โดยมีจังหวัดที่สำคัญ ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร ศูนย์รวมเศรษฐกิจของประเทศ มีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 3.3 ล้านคน หากมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท จะส่งผลให้ ธุรกิจ SMEs ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น 6.4%
- จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สมุทรปราการ (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5%, ต้นทุนเพิ่ม 6.4%) /นครราชสีมา (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 64%, ต้นทุนเพิ่ม 10.4%)/ สมุทรสงคราม (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 74.4%, ต้นทุนเพิ่ม 12%)/ ขอนแก่น (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 80%, ต้นทุนเพิ่ม 13%) /อุบลราชธานี (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 75.4%, ต้นทุนเพิ่ม 12.2%)/ อุดรธานี (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 75.4%, ต้นทุนเพิ่ม 12.2%)/ชลบุรี (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 53%, ต้นทุนเพิ่ม 8.6%)/ ร้อยเอ็ด (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 80.7%, ต้นทุนเพิ่ม 13%) และปทุมธานี (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5%, ต้นทุนเพิ่ม 6.4%)
- จังหวัดที่มีภาคบริการ (ท่องเที่ยวและการค้า) โดดเด่น เช่น ภูเก็ต (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 35.7%, ต้นทุนเพิ่ม 5.8%) /เชียงใหม่ (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 66.7%, ต้นทุนเพิ่ม 10.8%) และ ชลบุรี (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 53%, ต้นทุนเพิ่ม 8.6%)
- จังหวัดที่มีเกษตรอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับการประมงมาก เช่น นครปฐม (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5%, ต้นทุนเพิ่ม 6.4%)/ สมุทรสาคร (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5%, ต้นทุนเพิ่ม 6.4%)/ นครศรีธรรมราช (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 72.4%, ต้นทุนเพิ่ม 11.7%)/ สุราษฎร์ธานี (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 74.4%, ต้นทุนเพิ่ม 12%) และ สงขลา (ค่าแรงเพิ่มขึ้น 70.5%, ต้นทุนเพิ่ม 11.4%)
- รายสาขาธุรกิจ (สมมุติฐานว่าทุกสาขาธุรกิจจ่ายค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเท่ากับ 215 บาท/วัน ดังนั้นเมื่อปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน ส่งผลให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5%) ที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น และต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ได้แก่
- ภาคการผลิต เช่น ผลิตเฟอร์นิเจอร์หวายจะมีต้นทุนเพิ่ม 10.2% /ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้มีต้นทุนเพิ่ม 5.8% /ผลิตพลอยเจียระไนยมีต้นทุนเพิ่ม 7.6% /ผลิตเครื่องนุ่งห่ม และผลิตเครื่องกระเป๋าหนังมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 7.3%/ การฟอกย้อมพิมพ์ลายผ้ามีต้นทุนเพิ่ม 5.5%
- ภาคการบริการ เช่น ธุรกิจโรงแรมมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 12%/ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างบ้านมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 9.8% และธุรกิจการขนส่งทางบกมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 8%
2. ผลกระทบ
ผลด้านบวก
- ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่ม ทำให้มีความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยหรือกำลังซื้อเพิ่ม
- เกิดการปรับตัวในการใช้ knowledge & skilled-based มากขึ้น โดยภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการจ้างแรงงานที่มีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น เพื่อให้คุ้มค่ากับต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน
- ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน ทั้งในระดับไร้ฝีมือ และมีฝีมือ ขณะที่อัตราการว่างงานโดยรวม ณ เดือน พ.ค. 2554 อยู่ในระดับ 0.7-0.8% ทำให้มีแนวโน้มที่จะต้องปรับเพิ่มค่าจ้างอยู่แล้ว
ผลด้านลบ
- ต้นทุนภาคธุรกิจสูงขึ้น โดยภาคอุตสาหกรรมมีค่าใช้จ่ายของแรงงานเฉลี่ย 22.6% ภาคการค้าและบริการ 15.6% (ข้อมูลจากโครงการ SME I/O Table)
- ราคาสินค้าและบริการอาจสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการเพิ่ม
3. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มาตรการที่ต้องทำควบคู่ไปกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เช่น
- การปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน เช่น ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือขนาดกลาง , SMEs ที่จำเป็นต้องใช้แรงงานกึ่งฝีมือหรือมีประสบการณ์
- การจูงใจภาคธุรกิจในการปรับเพิ่มค่าแรง เช่น การลดภาษีรายได้นิติบุคคล (สำหรับ SMEs มักมีปัญหาไม่ได้เข้าสู่ระบบภาษีหรืออยู่ในภาวะขาดทุน) , การหักคืนภาษี (tax credit)
- การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน อาจต้องจัดการอบรมแบบเฉพาะทางให้กับธุรกิจแต่ละสาขา (tailor-made) สำหรับลูกจ้างรายเดิม หรือการอบรมเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานของแรงงานรายใหม่
ภาคผนวก
1. ตารางประมาณผลกระทบต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายแรงงาน: กรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน รายจังหวัด
|
จังหวัด |
ค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบัน |
ค่าจ้างเพิ่ม % (กรณี 300 บ/วัน) |
ต้นทุนเพิ่ม % (กรณี 300 บ/วัน) |
|
ภูเก็ต |
221 |
35.7% |
5.8% |
|
สมุทรปราการ |
215 |
39.5% |
6.4% |
|
กรุงเทพฯ |
215 |
39.5% |
6.4% |
|
นนทบุรี |
215 |
39.5% |
6.4% |
|
นครปฐม |
215 |
39.5% |
6.4% |
|
ปทุมธานี |
215 |
39.5% |
6.4% |
|
สมุทรสาคร |
215 |
39.5% |
6.4% |
|
ชลบุรี |
196 |
53.1% |
8.6% |
|
สระบุรี |
193 |
55.4% |
9.0% |
|
ฉะเชิงเทรา |
193 |
55.4% |
9.0% |
|
พระนครศรีอยุธยา |
190 |
57.9% |
9.4% |
|
ระยอง |
189 |
58.7% |
9.5% |
|
พังงา |
186 |
61.3% |
9.9% |
|
ระนอง |
185 |
62.2% |
10.1% |
|
กระบี่ |
184 |
63.0% |
10.2% |
|
นครราชสีมา |
183 |
63.9% |
10.4% |
|
ปราจีนบุรี |
183 |
63.9% |
10.4% |
|
ลพบุรี |
182 |
64.8% |
10.5% |
|
กาญจนบุรี |
181 |
65.7% |
10.7% |
|
เชียงใหม่ |
180 |
66.7% |
10.8% |
|
ราชบุรี |
180 |
66.7% |
10.8% |
|
เพชรบุรี |
179 |
67.6% |
11.0% |
|
จันทบุรี |
179 |
67.6% |
11.0% |
|
สิงห์บุรี |
176 |
70.5% |
11.4% |
|
สงขลา |
176 |
70.5% |
11.4% |
|
ตรัง |
175 |
71.4% |
11.6% |
|
อ่างทอง |
174 |
72.4% |
11.7% |
|
นครศรีธรรมราช |
174 |
72.4% |
11.7% |
|
เลย |
173 |
73.4% |
11.9% |
|
สระแก้ว |
173 |
73.4% |
11.9% |
|
ชุมพร |
173 |
73.4% |
11.9% |
|
พัทลุง |
173 |
73.4% |
11.9% |
|
สตูล |
173 |
73.4% |
11.9% |
|
ประจวบคีรีขันธ์ |
172 |
74.4% |
12.1% |
|
สมุทรสงคราม |
172 |
74.4% |
12.1% |
|
ยะลา |
172 |
74.4% |
12.1% |
|
สุราษฎร์ธานี |
172 |
74.4% |
12.1% |
|
นราธิวาส |
171 |
75.4% |
12.2% |
|
อุบลราชธานี |
171 |
75.4% |
12.2% |
|
อุดรธานี |
171 |
75.4% |
12.2% |
|
นครนายก |
170 |
76.5% |
12.4% |
|
ปัตตานี |
170 |
76.5% |
12.4% |
|
ตราด |
169 |
77.5% |
12.6% |
|
ลำพูน |
169 |
77.5% |
12.6% |
|
หนองคาย |
169 |
77.5% |
12.6% |
|
อุทัยธานี |
168 |
78.6% |
12.7% |
|
กำแพงเพชร |
168 |
78.6% |
12.7% |
|
ชัยนาท |
167 |
79.6% |
12.9% |
|
สุพรรณบุรี |
167 |
79.6% |
12.9% |
|
กาฬสินธุ์ |
167 |
79.6% |
12.9% |
|
ขอนแก่น |
167 |
79.6% |
12.9% |
|
นครสวรรค์ |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
เพชรบูรณ์ |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
เชียงราย |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
บุรีรัมย์ |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
ร้อยเอ็ด |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
ยโสธร |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
สกลนคร |
166 |
80.7% |
13.1% |
|
ชัยภูมิ |
165 |
81.8% |
13.3% |
|
ลำปาง |
165 |
81.8% |
13.3% |
|
หนองบัวลำภู |
165 |
81.8% |
13.3% |
|
มุกดาหาร |
165 |
81.8% |
13.3% |
|
สุโขทัย |
165 |
81.8% |
13.3% |
|
นครพนม |
164 |
82.9% |
13.4% |
|
อำนาจเจริญ |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
มหาสารคาม |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
พิษณุโลก |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
แม่ฮ่องสอน |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
อุตรดิสถ์ |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
แพร่ |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
พิจิตร |
163 |
84.0% |
13.6% |
|
ตาก |
162 |
85.2% |
13.8% |
|
สุรินทร์ |
162 |
85.2% |
13.8% |
|
น่าน |
161 |
86.3% |
14.0% |
|
ศรีสะเกษ |
160 |
87.5% |
14.2% |
|
พะเยา |
159 |
88.7% |
14.4% |
หมายเหตุ: สมมุติฐานต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและเงินเดือนของ SMEs เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 16.2 ของต้นทุนปัจจัยการผลิตทั้งหมด
2. ตารางประมาณผลกระทบต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายแรงงาน: กรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน รายกลุ่มจังหวัด
|
กลุ่มจังหวัด |
จังหวัด |
จำนวน การจ้างงาน |
ค่าแรงขั้นต่ำ ปัจจุบัน |
ต้นทุนเพิ่ม % (กรณี 300 บ/วัน) |
|
1.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 |
นนทบุรี* |
237,519 |
215 |
39.5% |
|
พระนครศรีอยุธยา* |
182,801 |
190 |
57.9% |
|
ปทุมธานี* |
293,092 |
215 |
39.5% |
|
สระบุรี* |
102,265 |
193 |
55.4% |
|
|
เฉลี่ย |
|
203.25 |
47.6% |
|
2.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 2 |
ลพบุรี |
64,678 |
182 |
64.8% |
|
สิงห์บุรี |
24,050 |
176 |
70.5% |
|
ชัยนาท |
25,768 |
167 |
79.6% |
|
อ่างทอง |
28,114 |
174 |
72.4% |
|
|
เฉลี่ย |
|
174.75 |
71.7% |
|
3.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง |
ฉะเชิงเทรา* |
107,319 |
193 |
55.4% |
|
สมุทรปราการ* |
607,144 |
215 |
39.5% |
|
นครนายก |
23,563 |
170 |
76.5% |
|
สระแก้ว |
46,295 |
173 |
73.4% |
|
ปราจีนบุรี |
64,071 |
183 |
63.9% |
|
|
เฉลี่ย |
|
186.8 |
60.6% |
|
4.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 |
ราชบุรี* |
102,835 |
180 |
66.7% |
|
สุพรรณบุรี |
74,772 |
167 |
79.6% |
|
นครปฐม* |
213,163 |
215 |
39.5% |
|
กาญจนบุรี |
83,425 |
181 |
65.7% |
|
|
เฉลี่ย |
|
185.75 |
61.5% |
|
5.กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 |
เพชรบุรี |
55,987 |
179 |
67.6% |
|
ประจวบคีรีขันธ์ |
57,270 |
172 |
74.4% |
|
สมุทรสงคราม |
26,277 |
172 |
74.4% |
|
สมุทรสาคร* |
266,041 |
215 |
39.5% |
|
|
เฉลี่ย |
|
184.5 |
62.6% |
|
6.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย |
ชุมพร |
42,226 |
173 |
73.4% |
|
นครศรีธรรมราช* |
128,659 |
174 |
72.4% |
|
พัทลุง |
57,727 |
173 |
73.4% |
|
สุราษฎร์ธานี* |
144,194 |
172 |
74.4% |
|
|
เฉลี่ย |
|
173 |
73.4% |
|
7.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน |
กระบี่ |
61,304 |
184 |
63.0% |
|
ตรัง |
84,695 |
175 |
71.4% |
|
พังงา |
32,351 |
186 |
61.3% |
|
ภูเก็ต* |
119,024 |
221 |
35.7% |
|
ระนอง |
21,553 |
185 |
62.2% |
|
|
เฉลี่ย |
|
190.2 |
57.7% |
|
8.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน |
นราธิวาส |
48,095 |
171 |
75.4% |
|
ปัตตานี |
45,142 |
170 |
76.5% |
|
ยะลา |
36,640 |
172 |
74.4% |
|
สงขลา* |
190,411 |
176 |
70.5% |
|
สตูล |
25,554 |
173 |
73.4% |
|
|
เฉลี่ย |
|
172.4 |
74.0% |
|
9.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก |
ชลบุรี* |
379,798 |
196 |
53.1% |
|
ระยอง* |
148,766 |
189 |
58.7% |
|
จันทบุรี |
63,984 |
179 |
67.6% |
|
ตราด |
22,735 |
169 |
77.5% |
|
|
เฉลี่ย |
|
183.25 |
63.7% |
|
10.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 |
อุดรธานี* |
115,409 |
171 |
75.4% |
|
หนองบัวลำภู |
40,758 |
165 |
81.8% |
|
หนองคาย |
57,834 |
169 |
77.5% |
|
เลย |
38,599 |
173 |
73.4% |
|
|
เฉลี่ย |
|
169.5 |
77.0% |
|
11.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 |
สกลนคร |
59,361 |
166 |
80.7% |
|
นครพนม |
47,989 |
164 |
82.9% |
|
มุกดาหาร |
32,423 |
165 |
81.8% |
|
|
เฉลี่ย |
|
165 |
81.8% |
|
12.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง |
กาฬสินธุ์ |
83,482 |
167 |
79.6% |
|
ขอนแก่น* |
190,001 |
167 |
79.6% |
|
มหาสารคาม |
97,477 |
163 |
84.0% |
|
ร้อยเอ็ด* |
116,527 |
166 |
80.7% |
|
|
เฉลี่ย |
|
166 |
81.0% |
|
13.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 |
ชัยภูมิ |
72,268 |
165 |
81.8% |
|
นครราชสีมา* |
219,142 |
183 |
63.9% |
|
บุรีรัมย์ |
96,772 |
166 |
80.7% |
|
สุรินทร์* |
100,281 |
162 |
85.2% |
|
|
เฉลี่ย |
|
169 |
77.5% |
|
14.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 |
ยโสธร |
34,425 |
166 |
80.7% |
|
ศรีษะเกษ* |
100,272 |
160 |
87.5% |
|
อำนาจเจริญ |
31,929 |
163 |
84.0% |
|
อุบลราชธานี* |
132,910 |
171 |
75.4% |
|
|
เฉลี่ย |
|
165 |
81.8% |
|
15.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 |
เชียงใหม่* |
277,250 |
180 |
66.7% |
|
ลำพูน |
76,267 |
169 |
77.5% |
|
ลำปาง |
92,679 |
165 |
81.8% |
|
แม่ฮ่องสอน |
12,930 |
163 |
84.0% |
|
|
เฉลี่ย |
|
169.25 |
77.3% |
|
16.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 |
เชียงราย |
99,293 |
166 |
80.7% |
|
พะเยา |
38,224 |
159 |
88.7% |
|
แพร่ |
72,629 |
163 |
84.0% |
|
น่าน |
40,024 |
161 |
86.3% |
|
|
เฉลี่ย |
|
162.25 |
84.9% |
|
17.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 |
พิษณุโลก |
73,174 |
163 |
84.0% |
|
ตาก |
43,907 |
162 |
85.2% |
|
สุโขทัย |
40,106 |
165 |
81.8% |
|
อุตรดิตถ์ |
34,727 |
163 |
84.0% |
|
เพชรบูรณ์ |
68,728 |
166 |
80.7% |
|
|
เฉลี่ย |
|
163.8 |
83.2% |
|
18.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 |
นครสวรรค์* |
102,486 |
166 |
80.7% |
|
อุทัยธานี |
20,345 |
168 |
78.6% |
|
กำแพงเพชร |
50,342 |
168 |
78.6% |
|
พิจิตร |
37,089 |
163 |
84.0% |
|
|
เฉลี่ย |
|
166.25 |
80.5% |
|
|
กรุงเทพมหานคร* |
3,320,141 |
215 |
39.5% |
หมายเหตุ: * หมายถึง จังหวัดที่มีการจ้างงานมากกว่า 100,000 คน และมีบทบาทเชิงเศรษฐกิจสูง
3. ตารางประมาณผลกระทบต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายแรงงาน: กรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน สาขาธุรกิจ
|
ธุรกิจ |
ค่าแรงปัจจุบัน |
ค่าแรงเพิ่ม |
ค่าแรงเพิ่ม % |
ต้นทุนเพิ่ม % |
% ต้นทุนแรงงานเฉลี่ย |
|
เฟอร์นิเจอร์หวาย* |
215 |
300 |
36.36% |
10.2% |
28.0% |
|
ผลิตพลอยเจียระไน* |
215 |
300 |
36.36% |
7.6% |
21.0% |
|
ผลิตเครื่องนุ่งห่ม* |
215 |
300 |
36.36% |
7.3% |
20.0% |
|
ผลิตกระเป๋าหนัง* |
215 |
300 |
36.36% |
7.3% |
20.0% |
|
เฟอร์นิเจอร์ไม้* |
215 |
300 |
36.36% |
5.8% |
16.0% |
|
ฟอกย้อม พิมพ์ลายผ้า* |
215 |
300 |
36.36% |
5.5% |
15.0% |
|
ผลิตภัณฑ์พลาสติก |
215 |
300 |
36.36% |
4.5% |
12.5% |
|
ผลิตเครื่องประดับเพชรพลอย |
215 |
300 |
36.36% |
4.4% |
12.0% |
|
ผลิตเพชรเจียระไน |
215 |
300 |
36.36% |
4.0% |
11.0% |
|
ผลิตเส้นด้ายสังเคราะห์ |
215 |
300 |
36.36% |
3.5% |
9.6% |
|
ผลิตเส้นด้ายฝ้าย |
215 |
300 |
36.36% |
3.5% |
9.5% |
|
ผลิตผ้าผืน |
215 |
300 |
36.36% |
3.3% |
9.0% |
|
เฟอร์นิเจอร์โลหะ |
215 |
300 |
36.36% |
1.8% |
5.0% |
|
ผลิตเส้นใยฝ้าย |
215 |
300 |
36.36% |
1.7% |
4.6% |
|
ผลิตเส้นใยสังเคราะห์ |
215 |
300 |
36.36% |
1.4% |
3.8% |
|
ธุรกิจโรงแรม** |
215 |
300 |
36.36% |
12.0% |
33.0% |
|
รับเหมาสร้างบ้าน** |
215 |
300 |
36.36% |
9.8% |
27.0% |
|
การขนส่งทางบก** |
215 |
300 |
36.36% |
8.0% |
22.0% |
หมายเหตุ: 1. สมมุติฐานว่าทุกสาขาธุรกิจจ่ายค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเท่ากับ 215 บาท/วัน ดังนั้นเมื่อปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน ส่งผลให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5% 2. * หมายถึง สาขาธุรกิจในภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบสูง 3. ** หมายถึง สาขาธุรกิจในภาคการบริการที่ได้รับผลกระทบสูง
ที่มา : สำนักข้อมูลและวิจัย สสว. |
|
|
|
|
|
|
|
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)
เลขที่ 21 อาคารทีเอสที ชั้น G, 17,18,20,23 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 1301 แฟกซ์ 0-2273-8850
http://www.sme.go.th
อีเมล์ info@sme.go.th
|
|
|
|
| |
|
|